ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SiamSoft
พัฒนาเว็บไซต์

WordPress หรือเขียนเอง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเว็บบริษัท

โดย ทีมงาน SiamSoft อ่าน 7 นาที
โปรแกรมเมอร์นั่งทำงานหน้าจอคู่ในออฟฟิศตอนกลางคืน

คำตอบโดยสรุป

WordPress เหมาะกับเว็บไซต์บริษัทที่เน้นหน้าแนะนำและบทความ เพราะเริ่มได้เร็วและหาคนดูแลง่าย ส่วนการเขียนเองเหมาะกับเว็บที่มีระบบเฉพาะทางหรือต้องการควบคุมความเร็วและความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เกณฑ์ง่ายที่สุดคือถ้าต้องติดตั้งปลั๊กอินเกิน 15 ตัวเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ควรพิจารณาเขียนเอง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • WordPress เริ่มได้เร็วกว่าและหาคนดูแลต่อง่ายกว่า
  • การเขียนเองควบคุมความเร็วและความปลอดภัยได้มากกว่า และไม่ต้องพึ่งปลั๊กอินของคนอื่น
  • ต้นทุนจริงของ WordPress อยู่ที่ค่าปลั๊กอินรายปีและเวลาที่ใช้อัปเดต ไม่ใช่ค่าติดตั้งครั้งแรก
  • ถ้าต้องใช้ปลั๊กอินเกิน 15 ตัวเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แปลว่ากำลังฝืนเครื่องมือ

คำถามนี้มักถูกตอบด้วยความชอบส่วนตัวของผู้พัฒนามากกว่าความเหมาะสมกับงาน ความจริงคือทั้งสองทางเลือกดีคนละแบบ และตัดสินได้จากลักษณะเว็บไซต์ที่ต้องการ ไม่ใช่จากว่าเทคโนโลยีไหนใหม่กว่า

WordPress กับการเขียนเองต่างกันตรงไหน

WordPress คือระบบจัดการเนื้อหาสำเร็จรูปที่ติดตั้งแล้วใช้ได้ทันที มีธีมและปลั๊กอินให้เลือกจำนวนมาก (ดูรายละเอียดโครงการได้ที่เว็บไซต์ทางการของ WordPress) ส่วนการเขียนเองคือการพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นใหม่ตามความต้องการเฉพาะ โดยมีเฉพาะฟังก์ชันที่จำเป็นจริง

หัวข้อWordPressเขียนเอง
ระยะเวลาเริ่มต้น2-4 สัปดาห์6-12 สัปดาห์
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำกว่าสูงกว่า
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องค่าปลั๊กอินและธีมรายปีค่าโฮสติ้งและค่าดูแล
ความเร็วหน้าเว็บขึ้นกับจำนวนปลั๊กอินควบคุมได้เต็มที่
ความปลอดภัยต้องอัปเดตสม่ำเสมอ เป็นเป้าโจมตีบ่อยพื้นที่ถูกโจมตีน้อยกว่า
หาคนดูแลต่อง่ายมากต้องใช้ผู้พัฒนาที่อ่านโค้ดได้
ฟังก์ชันเฉพาะทางทำได้เท่าที่มีปลั๊กอินทำได้ตามต้องการ

เว็บไซต์แบบไหนเหมาะกับ WordPress

ถ้าเว็บไซต์ของคุณคือหน้าแนะนำบริษัท หน้าบริการ และบล็อกที่อัปเดตเป็นประจำ WordPress ตอบโจทย์ได้ครบและประหยัดกว่า ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนผู้ดูแล คุณจะหาคนรับช่วงต่อได้ง่ายกว่ามาก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่หลายบริษัทมองข้าม

เว็บไซต์แบบไหนควรเขียนเอง

เว็บที่ควรเขียนเองคือเว็บที่มีตรรกะทางธุรกิจของตัวเอง เช่น ระบบคำนวณราคา ระบบจอง หรือเว็บที่ต้องดึงข้อมูลจากระบบภายในองค์กร รวมถึงเว็บที่ความเร็วมีผลกับรายได้โดยตรง เพราะการเขียนเองตัดโค้ดที่ไม่ได้ใช้ออกไปได้ทั้งหมด งานลักษณะนี้ตรงกับบริการรับพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ตามความต้องการมากกว่างานเว็บทั่วไป

ค่าใช้จ่ายระยะยาวต่างกันแค่ไหน

ค่าติดตั้งครั้งแรกของ WordPress ถูกกว่าชัดเจน แต่ต้นทุนที่คนมักลืมคิดคือค่าลิขสิทธิ์ปลั๊กอินและธีมรายปี ซึ่งรวมกันมักอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อปี บวกกับเวลาที่ต้องใช้ทดสอบทุกครั้งที่อัปเดต เพราะปลั๊กอินคนละเจ้าอาจชนกันเองได้ ส่วนเว็บที่เขียนเองมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเป็นค่าโฮสติ้งและค่าดูแลเป็นหลัก ตัวเลขเปรียบเทียบต่อโครงการดูได้ที่ทำเว็บไซต์บริษัทราคาเท่าไหร่

ความปลอดภัยและการดูแลต่างกันอย่างไร

WordPress ถูกใช้งานทั่วโลกจำนวนมาก จึงเป็นเป้าหมายการโจมตีอัตโนมัติเป็นประจำ ช่องโหว่ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ตัว WordPress เอง แต่อยู่ที่ปลั๊กอินที่เจ้าของเว็บติดตั้งไว้แล้วไม่ได้อัปเดต เว็บ WordPress ที่ปล่อยไว้ไม่อัปเดตเกินหนึ่งปีมีความเสี่ยงสูงมาก ส่วนเว็บที่เขียนเองมีพื้นที่ถูกโจมตีน้อยกว่าเพราะโค้ดไม่ได้เปิดเผยและไม่มีปลั๊กอินของบุคคลที่สาม แต่ก็ยังต้องอัปเดตเฟรมเวิร์กและไลบรารีตามรอบเช่นกัน

สรุปเลือกอย่างไร

ก่อนตัดสิน ควรแยกให้ออกระหว่างสิ่งที่เป็นข้อจำกัดของเครื่องมือจริง กับสิ่งที่เป็นผลจากการทำไว้ไม่ดี เว็บ WordPress ที่ช้าเพราะติดตั้งปลั๊กอินซ้ำซ้อนหรือใช้ธีมที่หนักเกินจำเป็น แก้ได้ด้วยการล้างปลั๊กอินและเปลี่ยนธีมโดยไม่ต้องเขียนใหม่ทั้งเว็บ ส่วนเว็บที่เขียนเองแต่ไม่มีเอกสารและไม่มีใครดูแลต่อได้ ก็สร้างปัญหาไม่ต่างจากเว็บที่ทำไว้ไม่ดี ทางเลือกไหนก็ตาม คุณภาพของการดูแลระยะยาวมีผลกับผลลัพธ์มากกว่าเทคโนโลยีที่เลือกใช้

ใช้เกณฑ์ 4 ข้อนี้ตัดสิน

  1. เว็บนี้มีตรรกะทางธุรกิจของตัวเองหรือไม่ ถ้ามี ให้เขียนเอง
  2. ต้องใช้ปลั๊กอินกี่ตัวจึงจะได้สิ่งที่ต้องการ ถ้าเกิน 15 ตัว แปลว่ากำลังฝืนเครื่องมือ
  3. ใครจะดูแลเว็บใน 3 ปีข้างหน้า ถ้ายังไม่มีคำตอบ WordPress ปลอดภัยกว่า
  4. ความเร็วมีผลกับรายได้แค่ไหน ถ้ามีผลตรง ๆ การเขียนเองคุ้มกว่า

ย้ายจาก WordPress ไปเว็บที่เขียนเองต้องเตรียมอะไร

องค์กรที่ใช้ WordPress มานานแล้วเริ่มอึดอัด มักไม่ได้ต้องการเขียนใหม่ทั้งหมดในทันที สิ่งที่ควรทำก่อนคือแยกให้ออกว่าปัญหาที่เจออยู่เกิดจากตัว WordPress จริงหรือเกิดจากวิธีที่เว็บถูกทำไว้ เว็บที่ช้าเพราะติดตั้งปลั๊กอินซ้ำซ้อนหรือใช้ธีมที่หนักเกินจำเป็น แก้ได้โดยไม่ต้องเขียนใหม่ แต่ถ้าปัญหาคือทำสิ่งที่ธุรกิจต้องการไม่ได้เพราะไม่มีปลั๊กอินตัวไหนตอบโจทย์ นั่นเป็นข้อจำกัดของเครื่องมือจริง

เมื่อตัดสินใจย้ายแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมมีสามอย่าง อย่างแรกคือรายการ URL ทั้งหมดของเว็บเดิม เพื่อทำ redirect ให้ครบและไม่เสียอันดับที่สะสมไว้ อย่างที่สองคือส่งออกเนื้อหาและรูปทั้งหมดออกมาก่อน พร้อมตรวจว่าไฟล์รูปต้นฉบับยังอยู่ครบหรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่หลายเว็บพบว่าหายไปแล้ว และอย่างที่สามคือบันทึกโครงสร้างข้อมูลที่ใช้อยู่ เช่น ประเภทเนื้อหาและช่องข้อมูลเพิ่มเติมที่ปลั๊กอินสร้างไว้ เพราะข้อมูลส่วนนี้มักกระจายอยู่ในตารางของปลั๊กอินคนละตัวและย้ายยากที่สุด

ถ้าเลือก WordPress ควรทำอะไรให้เว็บอยู่ได้นาน

WordPress ที่ดูแลดีอยู่ได้หลายปีโดยไม่มีปัญหา หลักปฏิบัติที่ช่วยได้มากที่สุดคือควบคุมจำนวนปลั๊กอินให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ และเลือกเฉพาะปลั๊กอินที่ยังมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ปลั๊กอินที่ไม่ได้อัปเดตเกินหนึ่งปีควรถือว่าเป็นความเสี่ยง ควรตั้งรอบอัปเดตประจำเดือนและสำรองข้อมูลก่อนอัปเดตทุกครั้ง โดยเก็บไฟล์สำรองไว้นอกเครื่องเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน เพราะไฟล์สำรองที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะไปพร้อมกันนั้นใช้กู้อะไรไม่ได้ นอกจากนี้ควรจำกัดจำนวนบัญชีที่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบไว้เท่าที่จำเป็น และปิดการแก้ไขไฟล์ธีมจากหน้าหลังบ้าน ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้บุกรุกใช้ฝังโค้ดบ่อยที่สุดเมื่อยึดบัญชีได้แล้ว

ถ้ายังไม่แน่ใจ ส่งรายการสิ่งที่อยากให้เว็บทำได้มาให้เราดู เราจะบอกตรง ๆ ว่างานของคุณควรใช้ทางไหน ดูรายละเอียดได้ที่บริการรับทำเว็บไซต์บริษัท

คำถามที่ควรถามผู้พัฒนาก่อนตัดสินใจ

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน คำถามชุดเดียวกันนี้ช่วยให้เห็นความต่างระหว่างผู้พัฒนาแต่ละเจ้าได้เร็วที่สุด ข้อแรกคือถ้าเว็บนี้ต้องเพิ่มฟังก์ชันใหม่ในปีหน้า จะทำอย่างไรและคิดราคาแบบไหน ข้อที่สองคือถ้าวันหนึ่งบริษัทเปลี่ยนผู้ดูแล คนใหม่จะรับช่วงต่อได้อย่างไร มีเอกสารอะไรส่งมอบบ้าง ข้อที่สามคือระบบจะได้รับการอัปเดตความปลอดภัยอย่างไรหลังหมดระยะรับประกัน และข้อสุดท้ายคือถ้าเว็บล่มนอกเวลาทำการ ติดต่อใครและคาดหวังเวลาตอบกลับได้เท่าไร

ผู้พัฒนาที่ตอบสี่ข้อนี้ได้ชัดเจนมักเป็นผู้พัฒนาที่ทำงานกับลูกค้าระยะยาวจริง ส่วนผู้ที่เลี่ยงตอบมักเป็นผู้ที่คิดถึงงานนี้เป็นงานจบครั้งเดียว ความต่างตรงนี้สำคัญกว่าการเลือกระหว่าง WordPress กับการเขียนเองเสียอีก เพราะเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับธุรกิจไปอีกหลายปี และต้นทุนที่แท้จริงเกิดขึ้นในช่วงหลายปีนั้น ไม่ใช่ในวันที่ส่งมอบ

สรุปสั้นที่สุดคือ เลือก WordPress เมื่อเว็บของคุณคือเว็บแนะนำบริษัทและบทความ ที่ต้องการเริ่มเร็วและหาคนดูแลต่อได้ง่าย และเลือกเขียนเองเมื่อเว็บมีตรรกะทางธุรกิจของตัวเอง หรือความเร็วมีผลกับรายได้โดยตรง สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินคือความใหม่ของเทคโนโลยี เพราะเว็บที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคือเว็บที่ทีมของคุณดูแลต่อได้จริงในอีกสามปีข้างหน้า และไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งที่ควรกันงบไว้เท่ากันคือค่าดูแลรายปี เพราะเว็บที่ไม่ได้อัปเดตเป็นความเสี่ยงเหมือนกันทั้งสองแบบ ต่างกันแค่ว่า WordPress จะถูกโจมตีด้วยเครื่องมืออัตโนมัติเร็วกว่า จึงต้องอาศัยวินัยในการอัปเดตมากกว่า ส่วนเว็บที่เขียนเองต้องอาศัยการมีคนที่อ่านโค้ดได้อยู่ใกล้ตัว ทั้งสองอย่างเป็นต้นทุนที่ควรตัดสินใจตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่วันที่เกิดปัญหาแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์ WordPress ช้ากว่าเว็บที่เขียนเองจริงไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป WordPress ที่ปรับแต่งดีและมีปลั๊กอินน้อยเร็วได้ใกล้เคียงเว็บที่เขียนเอง แต่โดยเฉลี่ยแล้วมักช้ากว่า เพราะธีมสำเร็จรูปโหลดโค้ดสำหรับฟังก์ชันที่เว็บของคุณไม่ได้ใช้มาด้วย
ย้ายจาก WordPress ไปเป็นเว็บที่เขียนเองภายหลังได้ไหม?
ได้ เนื้อหาย้ายออกจาก WordPress ได้ทั้งหมด สิ่งที่ต้องวางแผนคือคง URL เดิมไว้หรือทำ redirect ให้ครบ ค่าใช้จ่ายในการย้ายส่วนใหญ่อยู่ที่การทำหน้าใหม่ ไม่ใช่การย้ายข้อมูล
ใช้ WordPress แล้วทำ SEO ได้ดีเท่าเว็บเขียนเองไหม?
ได้ ทั้งสองแบบทำ SEO ได้ดีเท่ากันถ้าโครงสร้างเนื้อหาถูกต้อง Google ไม่ได้ให้คะแนนจากเทคโนโลยีที่ใช้ แต่ให้จากความเร็ว โครงสร้างข้อมูล และคุณภาพเนื้อหา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำเว็บไซต์บริษัทราคาเท่าไหร่ แยกตามประเภทและสิ่งที่ได้รับ

สรุปช่วงราคาการทำเว็บไซต์บริษัทในไทย พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้ราคาต่างกัน และควรระวังอะไรเมื่อเจอราคาถูกผิดปกติ

อ่าน 7 นาที

ขั้นตอนทำเว็บไซต์บริษัท 7 ขั้น ตั้งแต่คุยงานจนขึ้นเว็บจริง

ลำดับการทำงานจริงของโครงการเว็บไซต์บริษัท พร้อมบอกว่าแต่ละขั้นใช้เวลาเท่าไหร่ และฝั่งลูกค้าต้องเตรียมอะไรบ้าง

อ่าน 7 นาที
ทีมงานประชุมวางแผนโครงการซอฟต์แวร์ร่วมกับลูกค้า

มีคำถามเพิ่มเติมไหม

ถ้าบทความนี้ยังไม่ตอบคำถามของคุณ ทักมาถามเราได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ
  • ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ไม่มีการบังคับซื้อ