ทำเว็บไซต์บริษัทราคาเท่าไหร่ แยกตามประเภทและสิ่งที่ได้รับ
คำตอบโดยสรุป
เว็บไซต์บริษัทในไทยมีราคาประมาณ 15,000-50,000 บาทสำหรับเว็บแนะนำบริษัททั่วไป 50,000-150,000 บาทสำหรับเว็บที่ออกแบบเฉพาะพร้อมระบบจัดการเนื้อหา และ 150,000 บาทขึ้นไปสำหรับเว็บที่มีระบบเฉพาะทาง ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันมากที่สุดคือจำนวนหน้า งานออกแบบ และฟังก์ชันพิเศษ
สรุปประเด็นสำคัญ
- เว็บไซต์บริษัททั่วไปอยู่ที่ 15,000-50,000 บาท
- ราคาขึ้นกับจำนวนหน้า งานออกแบบ และฟังก์ชันพิเศษเป็นหลัก
- ต้องถามให้ชัดว่าราคารวมค่าโดเมน โฮสติ้ง และการดูแลปีแรกหรือไม่
- ราคาถูกผิดปกติมักแลกมาด้วยเทมเพลตสำเร็จรูปและไม่มีการดูแลหลังส่งมอบ
คำถามแรกที่เกือบทุกบริษัทถามคือ "ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่" คำตอบตรงไปตรงมาคือขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน บทความนี้จึงแยกราคาตามประเภทให้เห็นภาพชัด
ช่วงราคาทำเว็บไซต์ในไทย
| ประเภทเว็บไซต์ | ช่วงราคา | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| เว็บแนะนำบริษัท (เทมเพลต) | 15,000-30,000 บาท | ธุรกิจเริ่มต้นที่ต้องการมีหน้าเว็บ |
| เว็บบริษัทออกแบบเฉพาะ | 30,000-80,000 บาท | บริษัทที่ต้องการภาพลักษณ์เฉพาะตัว |
| เว็บพร้อมระบบเฉพาะทาง | 80,000-250,000 บาท | ธุรกิจที่ต้องการระบบจอง สมาชิก หรือรายงาน |
| เว็บอีคอมเมิร์ซ | 60,000-300,000 บาท | ธุรกิจที่ขายสินค้าออนไลน์ |
อะไรทำให้ราคาต่างกัน
- จำนวนหน้า เว็บ 5 หน้ากับ 30 หน้าใช้เวลาต่างกันมาก
- งานออกแบบ ใช้เทมเพลตสำเร็จรูปถูกกว่าออกแบบใหม่ทั้งหมด
- ฟังก์ชันพิเศษ ระบบจอง ระบบสมาชิก หรือการเชื่อมต่อกับระบบอื่นเพิ่มงานพัฒนา
- เนื้อหา ถ้าให้ผู้พัฒนาเขียนเนื้อหาและถ่ายภาพให้ ราคาจะเพิ่ม
- ภาษา เว็บสองภาษาเพิ่มงานประมาณ 30-40%
ราคานี้รวมอะไรบ้าง
ใบเสนอราคาสองใบที่ตัวเลขเท่ากันอาจให้ของไม่เท่ากันเลย เพราะแต่ละเจ้านับขอบเขตไม่เหมือนกัน สิ่งที่ควรเทียบทีละข้อก่อนตัดสินคือรายการต่อไปนี้
| รายการ | มักรวมอยู่แล้ว | มักคิดเพิ่ม |
|---|---|---|
| ออกแบบหน้าจอ | ตามจำนวนแบบที่ตกลง | แก้แบบเกินจำนวนรอบ |
| ระบบจัดการเนื้อหา | ส่วนใหญ่รวม | สิทธิ์ผู้ใช้หลายระดับ |
| เนื้อหาและรูปภาพ | ไม่รวม | เขียนเนื้อหาและถ่ายภาพให้ |
| โดเมนและโฮสติ้ง | บางเจ้ารวมปีแรก | ปีถัดไปทั้งหมด |
| ติดตั้ง Analytics | ส่วนใหญ่รวม | ตั้งค่าการวัดผลเชิงลึก |
| ภาษาที่สอง | ไม่รวม | เพิ่มประมาณ 30-40% |
| ดูแลหลังส่งมอบ | รับประกันข้อผิดพลาด 3-6 เดือน | ดูแลรายปีหลังหมดประกัน |
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังเว็บขึ้นแล้ว
ค่าทำเว็บเป็นค่าใช้จ่ายก้อนเดียว แต่เว็บไซต์เป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายรายปีเสมอ ก้อนแรกคือค่าโดเมนซึ่งอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อปีแล้วแต่นามสกุล ก้อนที่สองคือค่าโฮสติ้งซึ่งเว็บบริษัททั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,000-10,000 บาทต่อปี และก้อนที่สามคือค่าดูแลรายปี ซึ่งครอบคลุมการอัปเดตความปลอดภัย การสำรองข้อมูล และการแก้ปัญหาเมื่อเว็บล่ม ก้อนสุดท้ายนี้เป็นก้อนที่หลายบริษัทตัดออกเพื่อประหยัด แล้วมาเสียเงินก้อนใหญ่กว่าตอนเว็บถูกเจาะ หรือตอนที่ต้องกู้ข้อมูลกลับมาโดยไม่มีไฟล์สำรอง
ราคาถูกผิดปกติแลกมาด้วยอะไร
ราคาที่ต่ำกว่าตลาดมากมักไม่ได้แปลว่าผู้พัฒนาเก่งกว่าหรือมีต้นทุนต่ำกว่า แต่แปลว่ามีบางอย่างถูกตัดออก ซึ่งมักเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นในวันส่งมอบ สิ่งที่ถูกตัดบ่อยที่สุดมีดังนี้
- ใช้เทมเพลตสำเร็จรูปโดยไม่ปรับโครงสร้างเนื้อหาให้เข้ากับธุรกิจ
- ไม่ทำระบบจัดการเนื้อหา ทำให้ต้องจ้างแก้ทุกครั้งที่เปลี่ยนข้อความ
- ไม่ปรับความเร็วและโครงสร้าง SEO ซึ่งเป็นงานที่ไม่เห็นผลทันทีแต่มีผลระยะยาว
- ไม่มีการรับประกันแก้ไขข้อผิดพลาดหลังส่งมอบ
- ไม่ส่งมอบสิทธิ์เข้าถึงโดเมน โฮสติ้ง และซอร์สโค้ด ทำให้ย้ายผู้ดูแลไม่ได้
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่สร้างปัญหาหนักที่สุด เพราะกว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่ออยากเปลี่ยนผู้ดูแลแล้วพบว่าทำไม่ได้ ข้อนี้จึงควรระบุในสัญญาให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
ควรตั้งงบเท่าไรถึงจะพอดี
วิธีตั้งงบที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากสิ่งที่อยากให้เว็บทำ ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลขที่อยากจ่าย ให้เขียนรายการหน้าทั้งหมดที่ต้องมี แล้วแยกออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก กับกลุ่มที่รอเฟสสองได้ จากนั้นจึงขอใบเสนอราคาเฉพาะกลุ่มแรก วิธีนี้ทำให้ได้เว็บที่ใช้งานได้จริงเร็วกว่า และเหลืองบไว้ปรับปรุงหลังจากเห็นข้อมูลผู้เข้าชมจริงแล้ว ซึ่งมีค่ามากกว่าการเดาตั้งแต่ต้นว่าอะไรจำเป็น สำหรับบริษัทส่วนใหญ่ งบที่ทำให้ได้เว็บที่ใช้งานได้จริงและดูแลต่อได้อยู่ที่ประมาณ 40,000-80,000 บาทสำหรับปีแรก รวมค่าดูแลแล้ว
ทำเว็บเองกับจ้างทำ ต่างกันที่ต้นทุนอะไร
เครื่องมือสร้างเว็บสำเร็จรูปทำให้การทำเว็บเองเป็นทางเลือกที่มีอยู่จริงสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ค่าใช้จ่ายที่เห็นคือค่าบริการรายเดือนหลักร้อยถึงหลักพันบาท ซึ่งถูกกว่าการจ้างทำชัดเจน แต่ต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในใบเสร็จคือเวลาของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดที่สุด การทำเว็บบริษัทให้เสร็จจริงด้วยตัวเองมักใช้เวลา 40-80 ชั่วโมงสำหรับคนที่ไม่เคยทำมาก่อน รวมทั้งการเขียนเนื้อหา จัดหน้า หารูป และแก้ปัญหาระหว่างทาง
เกณฑ์ตัดสินที่ใช้ได้จริงคือดูว่าเว็บไซต์มีบทบาทอะไรกับรายได้ ถ้าเว็บเป็นเพียงที่ให้ลูกค้าเช็กว่ามีตัวตนจริงและหาเบอร์โทรได้ การทำเองก็เพียงพอ แต่ถ้าเว็บคือช่องทางหลักที่ลูกค้าใหม่เข้ามา และคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันลงทุนกับเว็บอย่างจริงจัง การจ้างทำจะคุ้มกว่าเพราะได้ทั้งโครงสร้างที่ค้นหาเจอและเวลาคืนกลับมาทำธุรกิจ ทางสายกลางที่หลายธุรกิจใช้คือจ้างทำโครงสร้างและหน้าหลักให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น แล้วดูแลเนื้อหาเองผ่านระบบจัดการหลังบ้าน ซึ่งลดค่าใช้จ่ายระยะยาวโดยไม่เสียคุณภาพของฐานที่วางไว้
คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ
ราคาที่เห็นมักไม่ได้รวมทุกอย่าง ก่อนตกลงควรถามให้ชัดว่ารวมค่าโดเมนและโฮสติ้งปีแรกหรือไม่ (ค่าจดโดเมน .co.th ตรวจสอบได้จากนายทะเบียนภายใต้ THNIC ซึ่งเป็นผู้ดูแลโดเมน .th) มีการรับประกันแก้ไขข้อผิดพลาดกี่เดือน ซอร์สโค้ดเป็นของใคร และหลังส่งมอบแล้วแก้ไขเนื้อหาเองได้หรือต้องจ่ายเพิ่มทุกครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังส่งมอบอ่านเพิ่มได้ที่บริการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์รายปี
จ่ายเงินเป็นงวดอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย
มาตรฐานในไทยคือแบ่งจ่าย 2-3 งวดตามความคืบหน้า ซึ่งปกป้องทั้งสองฝ่ายได้ดีกว่าการจ่ายเต็มก้อนเดียว รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ 40% เมื่อเริ่มงาน 30% เมื่อยืนยันแบบ และ 30% เมื่อส่งมอบ สิ่งที่ต้องระวังคือการผูกงวดสุดท้ายไว้กับคำว่าส่งมอบเฉย ๆ โดยไม่นิยามว่าอะไรคือส่งมอบเสร็จ ควรเขียนให้ชัดว่างวดสุดท้ายจ่ายเมื่อเว็บขึ้นโดเมนจริง ทดสอบตามรายการที่ตกลงกันผ่านครบ และส่งมอบสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมดแล้ว การนิยามแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าเมื่อไรงานจบ และตัดปัญหาการค้างงวดสุดท้ายไว้เป็นปีซึ่งเป็นข้อพิพาทที่พบบ่อยที่สุดในงานประเภทนี้
สัญญาควรมีอะไรบ้าง
สัญญาไม่จำเป็นต้องยาว แต่ต้องมีหกข้อนี้ครบ
- ขอบเขตงานที่ระบุจำนวนหน้าและฟังก์ชัน พร้อมรายการสิ่งที่ไม่ได้รวมอยู่ในงาน
- จำนวนรอบแก้ไขในขั้นออกแบบ และค่าใช้จ่ายเมื่อเกินจากนั้น
- กำหนดส่งมอบและผลเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้ล่าช้า
- กรรมสิทธิ์ในซอร์สโค้ด เนื้อหา และภาพที่ใช้
- ระยะเวลารับประกันแก้ไขข้อผิดพลาดและสิ่งที่ไม่นับเป็นข้อผิดพลาด
- การส่งมอบสิทธิ์เข้าถึงโดเมน โฮสติ้ง และระบบจัดการเนื้อหาทั้งหมด
ข้อ 4 และข้อ 6 เป็นสองข้อที่คนมักไม่ได้อ่านตอนเซ็น แต่เป็นสองข้อที่กำหนดว่าอนาคตคุณจะเปลี่ยนผู้ดูแลได้หรือไม่ ถ้าผู้พัฒนาไม่ยอมระบุสองข้อนี้ให้ชัด นั่นเป็นสัญญาณที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนตกลง
ขั้นตอนถัดไป
เมื่อรู้ช่วงราคาแล้ว สิ่งที่ควรดูต่อคือกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีที่จะใช้ ดูได้จากบทความ ขั้นตอนทำเว็บไซต์บริษัท 7 ขั้น และ WordPress กับการเขียนเอง เลือกอย่างไร หรือขอใบเสนอราคาจากบริการรับทำเว็บไซต์บริษัทของเราได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เวลาเปรียบเทียบใบเสนอราคาหลายเจ้า แนะนำให้ส่งโจทย์ชุดเดียวกันให้ทุกเจ้า และขอให้แยกราคาเป็นรายการย่อยแทนการเสนอเป็นก้อนเดียว เพราะการเห็นรายการย่อยทำให้รู้ว่าราคาที่ต่างกันมาจากขอบเขตที่ต่างกันหรือมาจากค่าแรงที่ต่างกัน ซึ่งเป็นสองเรื่องที่ควรตัดสินใจคนละแบบ และควรระวังใบเสนอราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่นมากเป็นพิเศษ เพราะมักหมายความว่าเข้าใจขอบเขตงานไม่ตรงกัน ซึ่งจะกลายเป็นการขอเพิ่มงบระหว่างทางในภายหลัง
SiamSoft