ขั้นตอนทำเว็บไซต์บริษัท 7 ขั้น ตั้งแต่คุยงานจนขึ้นเว็บจริง
คำตอบโดยสรุป
การทำเว็บไซต์บริษัทมี 7 ขั้นตอนหลัก คือเก็บความต้องการ วางผังเนื้อหา ออกแบบหน้าจอ เตรียมเนื้อหา พัฒนาระบบ ทดสอบและตรวจ SEO แล้วจึงขึ้นเว็บจริงและดูแลต่อเนื่อง เว็บไซต์บริษัทขนาดกลางใช้เวลารวมประมาณ 6-10 สัปดาห์ โดยขั้นที่ทำให้โครงการช้าที่สุดคือการรอเนื้อหาจากลูกค้า
สรุปประเด็นสำคัญ
- เว็บไซต์บริษัทขนาดกลางใช้เวลารวมประมาณ 6-10 สัปดาห์
- ขั้นที่ทำให้โครงการช้าที่สุดคือการรอเนื้อหาและรูปจากฝั่งลูกค้า
- ควรยืนยันผังเนื้อหาและโครงสร้าง URL ให้จบก่อนเริ่มออกแบบ เพราะแก้ทีหลังกระทบทั้งโครงการ
- ตรวจความเร็วและโครงสร้าง SEO ก่อนขึ้นจริงเสมอ แก้หลังเว็บออนไลน์แล้วมีต้นทุนสูงกว่า
โครงการเว็บไซต์ที่บานปลายเกือบทั้งหมดมีสาเหตุเดียวกัน คือทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าขั้นตอนไหนต้องจบเมื่อไร และใครต้องส่งอะไรให้ใคร บทความนี้จึงเรียงลำดับการทำงานจริงให้เห็นทั้งกระบวนการ พร้อมระบุสิ่งที่ฝั่งลูกค้าต้องเตรียมในแต่ละขั้น ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องงบประมาณ แนะนำให้อ่านทำเว็บไซต์บริษัทราคาเท่าไหร่ควบคู่ไปด้วย
| ขั้นตอน | ระยะเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่ลูกค้าต้องเตรียม |
|---|---|---|
| 1. เก็บความต้องการ | 3-5 วัน | เป้าหมายธุรกิจ กลุ่มลูกค้า เว็บตัวอย่างที่ชอบ |
| 2. วางผังเนื้อหา | 3-5 วัน | รายการบริการและสินค้าทั้งหมด |
| 3. ออกแบบหน้าจอ | 1-2 สัปดาห์ | โลโก้ สีแบรนด์ ผู้มีอำนาจอนุมัติแบบ |
| 4. เตรียมเนื้อหา | 1-3 สัปดาห์ | ข้อความ รูปถ่าย ข้อมูลติดต่อจริง |
| 5. พัฒนาเว็บไซต์ | 2-4 สัปดาห์ | ตอบคำถามระหว่างพัฒนา |
| 6. ทดสอบและตรวจ SEO | 3-5 วัน | ทดลองใช้จริงและรวบรวมข้อแก้ไข |
| 7. ขึ้นเว็บจริง | 1-2 วัน | สิทธิ์โดเมนและ DNS |
ขั้นที่ 1 เก็บความต้องการและกำหนดเป้าหมาย
ขั้นแรกไม่ใช่การคุยเรื่องหน้าตาเว็บ แต่คือการตกลงว่าเว็บไซต์นี้ต้องทำอะไรให้ธุรกิจ เว็บที่ต้องการให้คนโทรเข้ามาขอใบเสนอราคา กับเว็บที่ต้องการให้คนอ่านบทความแล้วจำแบรนด์ได้ จะมีโครงสร้างและการวัดผลไม่เหมือนกันเลย ผลลัพธ์ของขั้นนี้คือเอกสารสรุปเป้าหมาย กลุ่มผู้ใช้ และตัวชี้วัดที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน
คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนจบขั้นนี้คือ ใครคือคนที่เราอยากให้เข้าเว็บมากที่สุด คนคนนั้นเข้ามาแล้วเราอยากให้เขาทำอะไร และเรารู้ได้อย่างไรว่าเขาทำสิ่งนั้นแล้ว สามคำถามนี้ฟังดูพื้นฐานแต่เป็นสิ่งที่ทำให้การตัดสินใจในทุกขั้นถัดไปง่ายขึ้นมาก เพราะเมื่อมีข้อถกเถียงว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไร คำตอบจะกลับมาที่ว่าสิ่งนั้นช่วยให้คนกลุ่มนี้ทำสิ่งนั้นได้ง่ายขึ้นหรือไม่ ขั้นนี้ยังเป็นจุดที่ควรตกลงกันเรื่องผู้มีอำนาจอนุมัติด้วย ว่าใครคือคนที่พูดคำสุดท้ายได้ เพราะโครงการที่มีผู้อนุมัติหลายคนโดยไม่ระบุลำดับ มักจบด้วยการแก้กลับไปกลับมา
ขั้นที่ 2 วางผังเนื้อหาและโครงสร้าง URL
ผังเนื้อหาคือรายการหน้าทั้งหมดพร้อมความสัมพันธ์ระหว่างหน้า ส่วนโครงสร้าง URL คือที่อยู่ของแต่ละหน้า ทั้งสองอย่างนี้ต้องนิ่งก่อนเริ่มออกแบบ เพราะถ้าเปลี่ยนทีหลังจะกระทบทั้งงานออกแบบ งานพัฒนา และต้องทำ redirect เพิ่มเพื่อไม่ให้ลิงก์เดิมพัง URL ที่ดีควรสั้น อ่านแล้วเดาได้ว่าหน้านั้นคืออะไร และไม่ใส่วันที่ลงไปในบทความที่ต้องอัปเดตเรื่อย ๆ
ขั้นที่ 3 ออกแบบหน้าจอและยืนยันแบบ
ขั้นนี้ควรออกแบบหน้าหลักให้ครบทุกชนิดก่อน คือหน้าแรก หน้าบริการ หน้ารายละเอียด และหน้าติดต่อ แล้วให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจยืนยันในรอบเดียว ปัญหาที่พบบ่อยคือส่งแบบให้ทีมงานดูก่อน แล้วผู้บริหารมาเห็นตอนพัฒนาไปครึ่งทางแล้วขอเปลี่ยนทั้งหมด ควรกำหนดจำนวนรอบแก้ไขไว้ในสัญญาให้ชัดตั้งแต่ต้น
เวลาให้ความเห็นเรื่องแบบ ความเห็นที่ใช้ได้คือความเห็นที่บอกปัญหา ไม่ใช่บอกวิธีแก้ เช่น การบอกว่าอ่านหัวข้อนี้แล้วยังไม่รู้ว่าบริษัททำอะไร มีประโยชน์กว่าการบอกว่าให้เปลี่ยนสีปุ่มเป็นสีแดง เพราะข้อแรกเปิดทางให้ผู้ออกแบบเสนอวิธีแก้ที่ดีกว่าได้ ส่วนข้อหลังปิดทางไว้แล้ว อีกเรื่องที่ควรตกลงกันในขั้นนี้คือแบบที่เห็นเป็นภาพนิ่งจะต่างจากของจริงเสมอ เพราะเว็บจริงต้องยืดหดตามขนาดหน้าจอและมีเนื้อหาที่ยาวไม่เท่ากัน จึงควรขอดูแบบบนขนาดมือถือด้วย ไม่ใช่ดูแต่บนจอคอมพิวเตอร์
ขั้นที่ 4 เตรียมเนื้อหาและรูปภาพ
ขั้นนี้คือขั้นที่ทำให้โครงการช้าที่สุดเกือบทุกครั้ง เพราะเป็นงานที่ผู้พัฒนาทำแทนไม่ได้ทั้งหมด ทางที่ดีคือเริ่มเขียนเนื้อหาคู่ขนานไปกับขั้นออกแบบเลย ไม่ต้องรอให้แบบเสร็จก่อน รูปถ่ายจริงของทีมงานและผลงานมีน้ำหนักกว่าภาพสต็อกมาก ทั้งกับลูกค้าที่เข้ามาอ่าน และกับการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์
วิธีที่ทำให้ขั้นนี้ไม่ค้างคือมอบหมายเจ้าของเนื้อหาเป็นรายหน้า ไม่ใช่มอบหมายทั้งเว็บให้คนเดียว แล้วกำหนดกำหนดส่งของแต่ละหน้าแยกกัน หน้าที่ควรเขียนก่อนคือหน้าบริการหลัก เพราะเป็นหน้าที่ใช้เวลามากที่สุดและเป็นหน้าที่ตัดสินว่าลูกค้าจะติดต่อมาหรือไม่ ส่วนหน้าที่มักถูกลืมจนนาทีสุดท้ายคือหน้าเกี่ยวกับเราและหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว ทั้งที่หน้าแรกเป็นหน้าที่คนอ่านก่อนตัดสินใจติดต่อ และหน้าหลังเป็นสิ่งที่ต้องมีตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าไม่มีเวลาเขียนเอง ควรตกลงค่าจ้างเขียนเนื้อหาไว้ในขอบเขตงานตั้งแต่ต้น ดีกว่าปล่อยให้เว็บเสร็จแล้วแต่ขึ้นไม่ได้เพราะรอข้อความ
ขั้นที่ 5 พัฒนาเว็บไซต์และระบบหลังบ้าน
ขั้นพัฒนาควรได้ระบบจัดการเนื้อหาที่ทีมของคุณแก้ไขเองได้จริงหลังส่งมอบ ไม่ใช่ต้องจ้างแก้ทุกครั้ง สิ่งที่ควรถามให้ชัดในขั้นนี้คือเว็บไซต์จะรองรับมือถือแบบไหน จะใส่รูปขนาดใหญ่ได้แค่ไหน และถ้าอนาคตต้องเพิ่มภาษาที่สองจะทำได้หรือไม่ ส่วนการเลือกระหว่างใช้ระบบสำเร็จรูปกับเขียนเอง อ่านเปรียบเทียบได้ที่WordPress หรือเขียนเอง
ระหว่างขั้นนี้ควรมีรอบให้ดูความคืบหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ไม่ใช่หายไปหนึ่งเดือนแล้วกลับมาพร้อมเว็บที่เสร็จแล้ว เพราะถ้าเข้าใจโจทย์คลาดเคลื่อน จะได้รู้ตั้งแต่ยังแก้ง่าย สิ่งที่ควรขอดูในรอบแรก ๆ คือหน้าจริงบนเบราว์เซอร์ ไม่ใช่ภาพหน้าจอ เพราะเว็บจริงมีเรื่องความเร็วและการยืดหดตามขนาดจอที่ภาพนิ่งไม่บอก อีกจุดที่ควรตกลงในขั้นนี้คือใครจะเป็นคนกรอกเนื้อหาลงระบบ ถ้าเป็นทีมของคุณเอง ควรขอให้เปิดระบบหลังบ้านให้เข้าไปลองตั้งแต่ยังพัฒนาไม่เสร็จ จะได้พบปัญหาการใช้งานก่อนที่จะสายเกินแก้
ขั้นที่ 6 ทดสอบและตรวจ SEO ก่อนขึ้นจริง
ก่อนขึ้นเว็บจริงควรตรวจอย่างน้อย 5 เรื่องตามลำดับนี้
- ทุกหน้ามี title และ meta description ที่ไม่ซ้ำกัน
- รูปทุกใบมีข้อความอธิบาย (alt) และกำหนดขนาดไว้ เพื่อไม่ให้เลย์เอาต์ขยับตอนโหลด
- ทดสอบบนมือถือจริง ไม่ใช่แค่ย่อหน้าต่างเบราว์เซอร์
- ตรวจค่า Core Web Vitals ซึ่งเป็นเกณฑ์ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ Google ใช้จริง ดูนิยามและเกณฑ์ล่าสุดได้ที่ web.dev
- ทดลองส่งฟอร์มติดต่อทุกฟอร์ม แล้วยืนยันว่าอีเมลถึงปลายทางจริง
ขั้นที่ 7 ขึ้นเว็บจริงและดูแลต่อเนื่อง
วันขึ้นเว็บจริงต้องทำสามอย่างให้ครบ คือติดตั้งใบรับรอง HTTPS ยืนยันสิทธิ์ใน Google Search Console แล้วส่ง sitemap และถ้าเป็นการทำเว็บใหม่แทนของเดิม ต้องทำ redirect จาก URL เก่าไปหน้าใหม่ให้ครบทุกหน้า ไม่งั้นอันดับที่สะสมมาจะหายไปทั้งหมด หลังจากนั้นเว็บไซต์ยังต้องการการอัปเดตความปลอดภัยและการสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นขอบเขตของบริการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์รายปี
สิ่งที่ควรได้รับมอบในวันส่งมอบมีสี่อย่าง คือสิทธิ์ผู้ดูแลระบบจัดการเนื้อหา สิทธิ์เข้าถึงโดเมนและโฮสติ้ง ไฟล์ต้นฉบับของงานออกแบบ และคู่มือการใช้งานหลังบ้านอย่างย่อ ทั้งสี่อย่างนี้ควรอยู่ในมือของบริษัทคุณเอง ไม่ใช่อยู่กับผู้พัฒนาแต่เพียงผู้เดียว เพราะเป็นสิ่งที่กำหนดว่าวันหนึ่งคุณจะเปลี่ยนผู้ดูแลได้หรือไม่ หลังขึ้นเว็บแล้วควรเว้นระยะประมาณหนึ่งเดือนแล้วกลับมาดูข้อมูลผู้เข้าชมจริง ว่าคนเข้ามาที่หน้าไหนมากที่สุดและออกจากหน้าไหนมากที่สุด ข้อมูลชุดนี้มีค่ากว่าการเดาตั้งแต่ต้นว่าควรปรับอะไร และเป็นจุดเริ่มที่ดีของการปรับปรุงรอบถัดไป สิ่งที่ควรตั้งเป็นงานประจำหลังจากนั้นคือตรวจเว็บเดือนละครั้ง ทั้งลิงก์เสีย ข้อมูลติดต่อที่เปลี่ยนไป และฟอร์มติดต่อว่ายังส่งอีเมลถึงจริง ฟอร์มที่เงียบไปโดยไม่มีใครรู้เป็นปัญหาที่พบบ่อยกว่าที่คิด และเป็นการเสียลูกค้าโดยไม่รู้ตัว
ถ้าอยากได้ตารางเวลาและใบเสนอราคาสำหรับโครงการของคุณโดยเฉพาะ ดูรายละเอียดบริการรับทำเว็บไซต์บริษัทแล้วส่งข้อมูลเข้ามาได้เลย ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
SiamSoft