ระบบลางานออนไลน์คืออะไร ทำไมองค์กรไทยถึงเปลี่ยนมาใช้
คำตอบโดยสรุป
ระบบลางานออนไลน์คือซอฟต์แวร์ที่ย้ายขั้นตอนขอลา อนุมัติ และคิดวันลาคงเหลือมาไว้บนเว็บและมือถือ ทำให้พนักงานยื่นใบลาได้ทุกที่ หัวหน้าอนุมัติได้ทันที และระบบตัดยอดวันลาให้อัตโนมัติ องค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปมักคุ้มค่าที่จะเปลี่ยน
สรุปประเด็นสำคัญ
- ระบบลางานออนไลน์ตัดยอดวันลาให้อัตโนมัติ ฝ่ายบุคคลไม่ต้องรวมยอดเองตอนสิ้นปี
- พนักงานเห็นวันลาคงเหลือได้ตลอดเวลา ลดคำถามที่ส่งมาถึงฝ่ายบุคคล
- เหมาะกับองค์กรตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป หรือที่มีหลายสาขา
- ต้องรองรับประเภทการลาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานให้ครบ
องค์กรไทยจำนวนมากยังจัดการวันลาด้วยใบลากระดาษหรือไฟล์ Excel ซึ่งใช้ได้ดีเมื่อมีพนักงานไม่กี่คน แต่เมื่อองค์กรโตขึ้นวิธีนี้จะเริ่มสร้างปัญหา
ระบบลางานออนไลน์คืออะไร
ระบบลางานออนไลน์คือซอฟต์แวร์ที่รวมทุกขั้นตอนของการลางานไว้ในที่เดียว ตั้งแต่พนักงานยื่นใบลา หัวหน้าอนุมัติ ไปจนถึงการคำนวณวันลาคงเหลือ โดยทำงานผ่านเบราว์เซอร์บนมือถือและคอมพิวเตอร์
ระบบลางานออนไลน์ต่างจาก Excel อย่างไร
| หัวข้อ | ใบลากระดาษ / Excel | ระบบลางานออนไลน์ |
|---|---|---|
| การยื่นใบลา | ต้องอยู่ที่ออฟฟิศหรือส่งไฟล์ทางอีเมล | ยื่นจากมือถือได้ทุกที่ |
| การอนุมัติ | ต้องรอหัวหน้าเซ็นเอกสาร | อนุมัติผ่านมือถือ พร้อมแจ้งเตือนทันที |
| วันลาคงเหลือ | ต้องถามฝ่ายบุคคล | พนักงานเห็นเองตลอดเวลา |
| การรวมยอดสิ้นปี | ทำมือ เสี่ยงผิดพลาด | ระบบสรุปให้อัตโนมัติ |
| การค้นหาใบลาย้อนหลัง | ต้องรื้อแฟ้มเอกสาร | ค้นหาได้ในไม่กี่วินาที |
องค์กรแบบไหนที่ควรเปลี่ยนมาใช้
- องค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป เพราะเวลาที่ฝ่ายบุคคลเสียไปกับงานเอกสารเริ่มมากกว่าค่าระบบ
- องค์กรที่มีหลายสาขา หรือมีพนักงานทำงานนอกออฟฟิศเป็นประจำ
- องค์กรที่มีสายอนุมัติมากกว่าหนึ่งระดับ
- องค์กรที่ต้องส่งข้อมูลวันลาต่อให้ระบบเงินเดือนทุกเดือน
ระบบลางานออนไลน์ทำงานอย่างไร
ขั้นตอนการทำงานของระบบเกือบทุกเจ้าเหมือนกันในโครงหลัก ต่างกันที่รายละเอียดการตั้งค่า ลำดับที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่พนักงานกดยื่นใบลาจนถึงยอดวันลาถูกตัดมีดังนี้
- พนักงานเปิดระบบบนมือถือ เลือกประเภทการลา ช่วงวันที่ และระบุเหตุผล
- ระบบตรวจยอดวันลาคงเหลือทันที ถ้าไม่พอจะเตือนตั้งแต่ก่อนส่ง
- ใบลาถูกส่งไปยังผู้อนุมัติตามสายที่ตั้งไว้ พร้อมแจ้งเตือน
- ผู้อนุมัติเห็นปฏิทินของทีมประกอบก่อนตัดสินใจ แล้วกดอนุมัติหรือปฏิเสธ
- ระบบตัดยอดวันลา บันทึกประวัติ และแจ้งผลกลับพนักงาน
จุดที่แตกต่างจากการทำงานด้วยมือมากที่สุดคือข้อ 2 และข้อ 5 เพราะเป็นสองขั้นที่คนทำแล้วผิดบ่อยที่สุด และเป็นต้นเหตุของข้อพิพาทเรื่องยอดวันลาแทบทั้งหมด
ประเภทการลาที่ระบบต้องรองรับ
ก่อนดูฟีเจอร์อื่น ควรตรวจก่อนว่าระบบตั้งค่าประเภทการลาตามกฎหมายไทยได้ครบหรือไม่ เพราะถ้าตั้งไม่ได้ตั้งแต่ต้น จะกลายเป็นว่าต้องกลับไปคิดนอกระบบอยู่ดี
| ประเภทการลา | สิ่งที่ระบบต้องทำได้ |
|---|---|
| ลาป่วย | แนบใบรับรองแพทย์ และแยกนับส่วนที่ได้รับค่าจ้างกับส่วนที่เกิน |
| ลากิจธุระอันจำเป็น | ตั้งเป็นการลาที่ได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันที่กฎหมายกำหนด |
| ลาพักผ่อนประจำปี | ตั้งสิทธิ์ตามอายุงาน และกำหนดกติกายกยอดข้ามปี |
| ลาคลอด | รองรับช่วงลาต่อเนื่องยาว และแยกส่วนที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง |
| ลารับราชการทหาร | บันทึกเป็นการลาเฉพาะที่ไม่ตัดยอดวันลาประเภทอื่น |
| ประเภทเฉพาะขององค์กร | เพิ่มเองได้ เช่น ลาอุปสมบท ลาสมรส ลาเพื่อดูแลบุตร |
ต้นทุนของการไม่มีระบบคือเท่าไร
ค่าระบบเป็นตัวเลขที่เห็นชัด ส่วนต้นทุนของการไม่มีระบบเป็นตัวเลขที่ไม่มีใครบันทึก จึงมักถูกมองข้าม วิธีประเมินอย่างง่ายคือจับเวลาที่ฝ่ายบุคคลใช้กับงานวันลาในหนึ่งเดือน ทั้งการรับใบลา ตามใบลาที่ยังไม่อนุมัติ ตอบคำถามเรื่องยอดคงเหลือ และรวมยอดส่งให้ฝ่ายเงินเดือน องค์กรขนาด 50 คนโดยทั่วไปใช้เวลาส่วนนี้ประมาณ 10-15 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งเมื่อคิดเป็นค่าแรงแล้วมักสูงกว่าค่าระบบระดับเริ่มต้นตั้งแต่เดือนแรก ยังไม่รวมต้นทุนที่ประเมินเป็นเงินยากอย่างการจ่ายค่าจ้างผิดเพราะยอดวันลาไม่ตรง หรือการที่หัวหน้าอนุมัติใบลาโดยไม่รู้ว่าคนในทีมลาชนกันสามคน
ขั้นตอนเปลี่ยนมาใช้ระบบ
การเปลี่ยนระบบวันลาไม่ใช่งานไอที แต่เป็นงานที่ต้องเริ่มจากการจัดระเบียบให้นิ่งก่อน ลำดับที่ทำแล้วสะดุดน้อยที่สุดคือ
- ทบทวนระเบียบวันลาให้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะกติกาการยกยอดข้ามปี
- สรุปยอดวันลาคงเหลือล่าสุดของทุกคน แล้วให้พนักงานยืนยันยอดของตัวเอง
- วาดผังสายอนุมัติของแต่ละแผนกให้ครบ รวมถึงผู้อนุมัติสำรองเมื่อหัวหน้าไม่อยู่
- ตั้งค่าระบบตามระเบียบที่ทบทวนแล้ว ไม่ใช่ตั้งตามค่าเริ่มต้นของโปรแกรม
- ทดลองใช้กับหนึ่งแผนกก่อนหนึ่งเดือน แล้วค่อยขยายทั้งองค์กร
- ประกาศวันที่หยุดรับใบลากระดาษให้ชัด ไม่ปล่อยให้สองระบบทำงานคู่กันนาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเริ่มใช้
ข้อแรกคือปล่อยให้ใช้ทั้งระบบใหม่และใบลากระดาษพร้อมกันแบบไม่มีกำหนดสิ้นสุด ซึ่งทำให้ยอดวันลาสองชุดไม่ตรงกันและไม่มีใครเชื่อชุดไหนได้ ข้อที่สองคือย้ายข้อมูลกลางปีโดยไม่ให้พนักงานยืนยันยอดก่อน ทำให้เกิดข้อโต้แย้งย้อนหลังที่ไม่มีหลักฐานฝั่งไหนชัดพอ ข้อที่สามคือตั้งสายอนุมัติซับซ้อนเกินจำเป็นตั้งแต่เดือนแรก ทั้งที่ในทางปฏิบัติสายอนุมัติสองระดับเพียงพอกับองค์กรส่วนใหญ่ และข้อสุดท้ายคือไม่ตั้งผู้อนุมัติสำรอง ทำให้ใบลาค้างทุกครั้งที่หัวหน้าลาพักร้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ตั้งแต่วันตั้งค่า
อีกเรื่องที่ควรวางแผนล่วงหน้าคือช่วงที่คนลาพร้อมกันมาก เช่น เทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ระบบที่ตั้งค่าดีควรกำหนดโควตาการลาพร้อมกันในแต่ละทีมได้ หรืออย่างน้อยต้องแสดงปฏิทินของทีมให้ผู้อนุมัติเห็นก่อนกดอนุมัติ ถ้าไม่ทำข้อนี้ จะเกิดกรณีที่ใบลาทุกใบผ่านทีละใบอย่างถูกต้อง แต่รวมกันแล้วทีมไม่เหลือคนทำงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่ระบบแก้ได้ง่ายกว่าการมาตกลงกันย้อนหลัง และเป็นเหตุผลหนึ่งที่องค์กรหลายแห่งบอกว่าประโยชน์ที่รู้สึกได้จริงที่สุดของระบบไม่ใช่ความเร็ว แต่คือการเห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกระบบ
สิ่งสำคัญที่สุดคือระบบต้องรองรับประเภทการลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ครบ ทั้งลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อนประจำปี ลาคลอด และลาเพื่อรับราชการทหาร (อ่านรายละเอียดสิทธิ์แต่ละประเภทได้ที่บทความ สิทธิ์วันลาตามกฎหมายแรงงานไทย) รวมถึงต้องตั้งสิทธิ์วันลาตามอายุงานและกำหนดกติกาการยกยอดข้ามปีได้เอง เพราะแต่ละองค์กรมีระเบียบไม่เหมือนกัน ข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายตรวจสอบได้จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ระบบลางานควรเชื่อมกับระบบเงินเดือนอย่างไร
งานที่กินเวลาฝ่ายบุคคลมากที่สุดในทุกสิ้นเดือนคือการสรุปวันลาส่งให้ฝ่ายเงินเดือน เพราะต้องแยกให้ชัดว่าวันไหนเป็นวันลาที่ได้รับค่าจ้าง วันไหนเป็นวันลาที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และวันไหนเป็นการขาดงาน ระบบลางานที่ดีจึงควรส่งข้อมูลนี้ต่อได้อย่างน้อยหนึ่งในสามทาง ทางแรกคือส่งออกเป็นไฟล์ Excel ตามรูปแบบที่ระบบเงินเดือนรับได้ ซึ่งเพียงพอกับองค์กรส่วนใหญ่ ทางที่สองคือเชื่อมผ่าน API ให้ข้อมูลไหลอัตโนมัติตามรอบ เหมาะกับองค์กรที่มีพนักงานหลายร้อยคน และทางที่สามคือใช้ระบบเดียวที่รวมงานลากับงานเงินเดือนไว้ด้วยกัน ซึ่งสะดวกที่สุดแต่แลกมาด้วยการผูกกับผู้ให้บริการรายเดียวทั้งสองงาน
สิ่งที่ควรตรวจก่อนตัดสินใจคือรูปแบบไฟล์ที่ส่งออกมาตรงกับที่ฝ่ายเงินเดือนใช้อยู่จริงหรือไม่ เพราะถ้าต้องมานั่งจัดรูปแบบไฟล์ใหม่ทุกเดือน เวลาที่ประหยัดได้จากการมีระบบก็หายไปเกือบหมด ทางปฏิบัติที่ดีคือขอไฟล์ตัวอย่างจากผู้ขายมาให้ฝ่ายเงินเดือนดูก่อนซื้อ ไม่ใช่รอไปเจอปัญหาตอนสิ้นเดือนแรกที่ใช้งานจริง
เริ่มต้นอย่างไร
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าองค์กรของคุณควรเปลี่ยนหรือยัง ลองเทียบวิธีทำงานปัจจุบันกับระบบก่อนที่บทความ เปรียบเทียบระบบลางานออนไลน์ กับ Excel และใบลากระดาษ หรือดูฟีเจอร์และแพ็กเกจราคาของระบบลางานออนไลน์ที่เราพัฒนา ซึ่งมีแพ็กเกจทดลองใช้ฟรีสำหรับผู้ใช้ไม่เกิน 5 คน ช่วงทดลองใช้ควรลองด้วยข้อมูลจริงของหนึ่งแผนก ไม่ใช่ข้อมูลสมมติ เพราะปัญหาที่จะเจอตอนใช้จริงมักมาจากกรณีเฉพาะขององค์กร เช่น พนักงานที่มีสองหัวหน้า หรือประเภทการลาที่ตั้งชื่อไม่เหมือนใคร ซึ่งไม่มีทางโผล่มาถ้าทดลองด้วยข้อมูลตัวอย่าง
SiamSoft